ทุกชีวิตมีค่า

posted on 30 May 2009 19:55 by namnori

รายได้ก้อนสุดท้าย : รายจ่ายก้อนสุดท้าย

วันนี้ท้องฟ้าหม่นหมอง ฉันมองออกนอกรถขณะเดินทางไประยองกับคนขับรถนึกถึงภาพพี่ตุ๊กตา ... เธอนอนบนเตียงคนไข้เคลื่อนไหวช้าๆ  ไม่มีทีท่าเป็นกังวลกับความสวยงามของตัวเองเสื้อผ้าชุดที่ทางโรงพยาบาลจัดให้ใส่ ออกแนวหลวมและโคร่ง... ท่านอนชันเข่า ชายขากางเกงลู่ลงไปถึงโคนสะโพกเมื่อฉันเดินถึงเตียง ทักทาย สวัสดี และรีบจัดชายขากางเกงลู่ลงไปถึงโคนสะโพกเมื่อฉันเดินถึงเตียง ทักทาย สวัสดี และรับจัดขากางเกงไม่ให้ร่วงลงไปกว่าเดิมตอนที่พี่ตุ๊กตาขยับตัว ระวังค่ะ เดี๋ยวไม่สวยฉันพูดขณะที่จัดผ้าให้ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรพี่ตุ๊กตาพูดแผ่วเบาไม่เอาสาระกับประโยคของฉัน เธอยังคงนอนอยู่เท่าเดิม แต่ชายผ้าลู่ลงมากกว่าเดิม ฉันแอบมองเตียงคนไข้ข้างๆ แล้วเดินไปรูดม่านระหว่างเตียงบังตาไว้ครึ่งหนึ่ง

                หกเดือนได้แล้วกระมั้งที่ฉันได้รับทราบข่าวการป่วยของพี่ตีกตาจากน้องสาว  และติดตามข่าวคราวอยู่เสมอ พี่ตุ๊กตาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบ้าง พักฟื้นที่บ้านบ้า

 สลับไปมาหลายครั้ง ระหว่างนั้นฉันและเพื่อนสาวสี่คนได้มีโอกาสไปเยี่ยมพี่ตุ๊กตาที่บ้านและเพื่อนสามสี่คนได้มีโอกาสไปเยี่ยมพี่ตุ๊กตาที่บ้านและ ที่โรงพยาบาลมีกิจกรรมร้องเพลงขอพร อธิษฐานขอการเยียวยารักษาจากพระเจ้า และพูดคุยเป็นกำลังใจแก่ญาติและคนป่วย พี่ตุ๊กตารับแขกเก่งยิ้มแย้มแจ่มใสแม้ร่างกายจะอ่อนแอลงจากโรคในช่องท้องที่รุนแรงขึ้นทุกวัน อีกทั้งรับประทานอาหารได้น้อย  น้ำหนักลดลงเหลือเพียง 29 กก. จากคนที่เคยมีน้ำหนัก 40 กก.

            การป่วยของพี่จุ๊กตาทำให้ฉันตระหนักถึงความรักของน้องที่มีต่อพี่สาว  เมื่อสัปกาห์ก่อนเป็นวันที่เพื่อนๆ คริสเตียนมาร้องเพลงและอธิษฐานให้พี่ตุ๊กตาที่โรงพยาบาล เรารออยู่ด้านนอกนานมาก ฉันจึงเดินไปที่เตียงว่าพร้อมกันหรือยัง...ม่านถุกรูดปิดมิดชิด ฉันส่งเสียงถามน้องสาว เธอตอยออกมาว่า รอก่อนนะค่ะกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เมื่อสักครู่พี่ตุ๊กตาอาเจียรสกปรกทั้งตัวคำพุดที่สื่อสารตรงไปตรงมาจากน้องสาวยอดกตัญญู เอกำลังปล้ำใส่เสื้อผ้าให้ตุ๊กตาตัวโตตามลำพัง และไม่ได้ร้องขอให้ผู้ช่วยพยาบาลได้ช่วยเบาแรงเลย...!พอนึกมาถึงตรงนี้ ฉันต้องปาดน้ำตา ซาบวึ้งและตื้นตันเหลือเกินกับความรักที่อยุ่อีกฝั่งของผ้าม่าน        

                ครั้งนี้พี่ตุ๊กตาเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนานกว่าทุครั้ง อยู่นานเกือบเดือนรับประทานอาหารได้น้อยลงไปอีก ไม่มีแรงแม้แต่จะเนลงจากเตียง เอาแต่นอนนอนได้ครั้งละนานๆ และเริ่มมีคำพูดสับสน ฉันมีโอกาสได้พุดคุยกับทีมพยาบาลแนะนำให้พาคุณพ่อและคนที่พี่ตุ๊กตารักมาเยี่ยมทันที อย่าให้พี่ตุ๊กตามีเสี้ยวเวลาที่เหลืออยางเดียวดาย

            เช้าตรู่ ถัดจากวันเช้าเยี่ยมของพ่อและญาติ พี่ตุ๊กตาเสียชีวิต เวลานี้พี่ตุ๊กตานอนนานกว่าที่เคยนอน พี่ตุ๊กตาหลับ และจากไปอย่างสงบก่อนจากไป พี่ตุ๊กตาเล่าให้น้องฟังว่าพระเจ้ามาเยี่ยมท่ปลายเตียง น้องสาวเล่าใหฉันฟังต่อด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า

                ขอบคุรพระเจ้าสำหรับความรักของพระองค์ ขอบคุณคุณพ่อ คุณแม่พี่ตุ๊กตาที่เป็นกำลังใจให้ลุกๆ เสมอ ขอบคุณพี่น้องทุกคนที่เอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ขอบคุณน้องสาว เธอเป็นน้องที่ยอดเยี่ยม ดูแลพี่สาวอย่างต่อเนื่อง ไม่เที่ยวไม่เถลไถลไปไหน เลิกงานตรงกลับบ้านทุกเย็นเพื่อปรนนิบัติจนวาระสุดท้าย ขอบคุณบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต ที่รับประกัน แบบสะสมทรัพย์ ชำระเบี้ยถึงอายุ 55 ปี ของพี่ตีกตาไว้เมื่อสิบปีที่แล้ว ด้วยเบี้ยประกัน2850 บาท/ปี ทุนประกัน 100,000 บาทและนี่เป็น Case death claim แรกของฉัน (ตั้งแต่ปี 2540 ที่ฉันเป็นตัวแทน) ฉันรู้สึกภูมิใจที่สุด แม้เบี้ยประกันจะเพียงหลักพันแต่อย่างน้อยการจากไปของคนที่รักหนึ่งตน ก็ไม่ได้ก่อหนี้ก้อนสุดท้ายไว้ให้กับครอบครัว และยังมีเงินเหลือเป็นค่าขนมสำหรับเด้กชาย 10 ขวบ ที่อยู่ในการอุปการะเลี้ยงดุได้อีกระยะหนนึ่ง       

 

ตัวแทนคือผู้เยียวยา รักษาดุลยภาพให้ผู้คน

การสูญเสียเกิดขึ้นตลอดเวลาเพราะเป็นธรรมดาตามกฎไตรลักษณ์ คือ กรเกิดขึ้นตั้งอยู่ชั่วคราวและ ดับไป ไม่มีอะไรคงอยู่ชั่วกัลปวสาน  ทีนี้ในทางโลก ทุกอย่างยังต้องดำเนินต่อไป ไม่อาจสะดุดหยุดนิ่งได้ นี่หมายถึงชีวิตล้วนแล้วแต่ต้องเจอความโศกเศร้าเสียใจ รันทดหมดทางเมื่อมีสิ่งที่ไม่คาดหวัง

                แต่ผิดกันอยู่ที่เมื่อเหตุการณ์ที่แสนจะเศร้านั้นได้เกิดขึ้นแล้ว มันจะเป็นอยู่อย่างนั้นอีกนานเท่าไหร่ล่ะ?

ความรู้สึกดีๆ และสุขภาวะจะได้กลับมา  จริงๆ แล้ว ชีวิตของมนุษย์ก็คล้ายคลึงกับการ เป็นแผล คือ เมื่อถูกมีดบาด เราจะเจ็บแปลบอยู่สักครู่หนึ่ง เมื่อทายาปิดแผลก็เป็นอันว่าจบ แล้วร่างกายก็จะเริ่มทำหน้าที่ในการที่จะสมานแผลด้วยตัวของมันเอง นี่คือธรรมชาติ

                การดำรงชีวิตก็คล้ายกัน แต่ยิ่งใหญ่กว่าเพราะเป็น แผลชีวิต

                เจนเนตรเป็นเลขานุการของผู้บริหารระดับสูงขององคืกรแห่งหนึ่ง สมรสแล้วกับวิศวกรหน้าตาดี มีบุตรสาวที่น่ารัก 2 คน ชีวิตคู่เป็นไปด้วยดี มีความสุขเกินหว่าอัตภาพของคนทั่วไป ด้วยความสามารถของสามีจึงได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ฐานะของทั่งคู่จึงดีขึ้นเป็นลำดับจนกระทั่งเป็นลำดับ จนกระทั่งสามีของเอตัดสินใจให้เจนเนตรลาออกจากบรัทเพื่อมาดูและลูกอย่างเดียว...ก็แค่การตื่นแต่เช้า ดูแลให้แม่บ้านทำอาหารให้ สามี ให้ลูก บ่ายๆ ก็ไปรับลูกกลับบ้าน เอจึงเวลาว่างมากพอที่จะดุแลเอาใจใส่สามีที่เป็นเหมือนเสาหลักของครอบครัวได้อย่างเต็มที่...การดำเนินชีวิตครอบครัวดูดีมาก ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะสามีเป็นคนที่ดี ไม่ดื่ม ไม่สูบ ไม่วอกแวกหากิ๊กมาให้วุ่นวาย ลูกหรือก็กำลังน่ารัก เรียกว่าทุกอย่างกำลังไปได้สวย

                แต่ชีวิตก็คือชีวิต ไม่มีอะไรที่ใครจะมาคาดการณ์คาดเดาได้เลยว่า อะไรจะเกิดขึ้น

                กลางดึกของคืนหนึ่งเจนเนตรได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เอเดินไปรับด้วยใจคอที่ไม่ดีเพราะสามีเพิ่งเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อดูงานเมื่อวานนี้ และสามีเพ่งโทรมาหาเมื่อตอนเย็น... ใครโทรมานะ...

            และแล้วข่าวร้ายที่ใครๆ ไม่ปราถนาก้เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อปลายสายแจ้งให้ทราบว่า สามีของเธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อตอนหัวค่ำ และเสียชีวิตในทันที

                ท่านผู้อ่านก็ไม่อยากอ่านบรรทัดที่ผ่านมานี้หรอก เพราะความรู้สึก อินไปกับชีวิตของเพื่อนมนุษย์ที่ต้องสูญเสียบางอย่างท่ำม่มีวันกลับ เจนเนตรก็เช่นกัน เธอไม่ได้ตั้งตัวเลยว่าเหตุการณ์ ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตได้เกิดขึ้นกับเธอไม่ใช่สิ กับ ครอบครัวของเธอจิตใจเธอเหมือนถุกกรีดด้วยของมีคมอย่างรุนแรง ใจจริงเธอไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เธอยังมีลูกอีก 2 คนที่ต้องดูแลให้ดีที่สุด เธอต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อประคับประคองและทำให้ทุกอย่างกลับมาสู่ภาวะปกติให้ได้  เธอจึงต้องเริ่มทำงานอีกครั้ง และในการทำงานครั้งนี้เป็นการทำงานที่ต้องต่อสู้เพียงคนเดียวเพื่อให้ พอ  กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เธอจึงต้องหารายได้พิเศษอีกทางหนึ่งเพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปได้เพื่อลูกของเธอ ที่น่าชื่นชมคือ เธอยังสามารถจัดสรรเวลาในการพาลูกๆ ไปที่นั่นที่นี่ได้ยามที่เธอพอมีเวลาบ้าง เพื่อให้ลูกไม่รู้สึกว่า ขาดหรือเหงา  เธอพยายามจะเติมเต็มให้ลูกสุดชีวิต

ลูกรัก ปีนี้ลูกอยากได้อะไรบอกแม่สิ”….

แม่จ๋า   ถึงหนูอยากได้ แต่แม่คงให้หนูไม่ได้หรอก

                อะไรล่ะลูก บอกแม่เถอะ”…ลุกสาวคนโตของเธอจึงเดินไปที่ปฏิทิน แล้วชี้ให้ดูว่า....

                หนูอยากได้กระดาษแบบนี้ที่มีตัวแดงๆหมดเลยได้ไหมค่ะ...เอน้ำตาไหล เพราะตัวแด

ๆ ในปฏิทินหมายความถึงวันว่างของเธอที่จะมีเวลาให้ลูกของเธอได้อย่างเต็มที่

                ท่านผู้อ่านที่รัก จริงหรือไม่ที่ว่า เมื่อลูกขาดคนใดคนหนึ่ง อีกคนต้องทำหน้าที่ทดแทนและเติมเต็ม ผู้เขียนเชื่ออย่างนั้นแต่ในความเป็นจริงอย่างในกรณี ลุกๆ ของเจนเนตร สูญเสียคุณพ่อไป ก็เหมือนกับสูญเสียคุณแม่ไปด้วย เพราะภาระที่ต้องแบกไว้นั้นมหาศาลเกินกว่าที่จะคิด นี่แหละคือสื่งที่เรียกว่า ดุลยภาพของครอบครัว

ได้สูญเสียไป

                ท่านตัวแทนที่รักท่านไม่ใช่คนขายของกะโหลกกะลาที่คิดจะเสาะแสวงหาแต่เงิน เงินและก้เงินเท่านั้น แต่ท่านยังเป็นผู้ที่กำลังจะสร้าง ดุลยภาพให้กับอีกหลายครอบครัวด้วยสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า การประกันชีวิต ... ท่านจงภาคภุมิใจเถิดว่า อาชีพของท่านนั้นสูงส่ง และบริสุทธิ์ ที่ได้มีส่วนช่วยให้ บาดแผลของชีวิตของผู้คนอีกเป็นจำนวนมากสมานได้อย่างเร็วที่สุด และสามารถดำรงคงอยู่บนโลกใบนี้ได้ต่อไป... จงคิดเสมอว่า ความโศกเศร้าจะเกิดขึ้นอย่างแรง ก็ในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาจะใส่ใจว่า ใครคือผู้ที่จะคืน ความสมดุล ให้กับครอบครัวของฉัน” ..คำตอบอยู่ที่ท่านตัวแทนแล้วครับ...สวัสดีครับ

 

สนใจอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือ สนใจอยากเป็นตัวแทนติดต่อ namnorikung@hotmail.com

edit @ 30 May 2009 20:01:40 by ต้นไม้

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก